“โจ ไบเดน” แถลงนโยบายประจำปี เรียกร้องคองเกรสจับมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

“โจ ไบเดน” แถลงนโยบายประจำปี เรียกร้องคองเกรสจับมือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา หรือ “สเตท ออฟ เดอะ ยูเนียน” ประจำปี ที่อาคารรัฐสภาเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น (8 ก.พ.) ท่ามกลางความแตกแยกทางการเมือง โดยเรียกร้องสภาคองเกรสให้ทำงานร่วมกับเขา เพื่อร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างความสมานฉันท์ภายในชาติ

ในการปราศรัยความยาว 73 นาที นายไบเดน พยายามฉายภาพของสหรัฐฯ ที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่เขาดำรงตำแหน่ง จากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และการระบาดของโควิด-19 ไปสู่การจ้างงานจำนวนมาก และประชาธิปไตยที่รอดพ้นจากการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามกลางเมือง

ในการแถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกหลังจากที่รีพับลิกันเข้าคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือน ม.ค. ไบเดน เรียกร้องให้สภาชิกสภาคองเกรสซึ่งมีความแตกแยกกันอย่างหนัก ก้าวข้ามความเห็นต่าง และหันมาร่วมมือกันทำงานเพื่อชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยังต้องพิสูจน์ข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยการโน้มน้าวให้สภาคองเกรสยอมขยายเพดานหนี้ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้สำเร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ ต้องผิดนัดชำระหนี้

โจ ไบเดน

ทำเนียบขาวยืนยันว่า ไบเดน มองเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นที่เจรจาต่อรองไม่ได้ ในขณะที่พรรครีพับลิกันเรียกร้องให้รัฐบาลตัดลดงบประมาณส่วนอื่นๆ เพื่อแลกกับการสนับสนุนมาตรการดังกล่าว

เขากล่าวด้วยว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ประชาธิปไตยเผชิญกับภัยคุกคามรุนแรง ซึ่งเป็นการอ้างถึงเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ที่มีกลุ่มต่อต้านบุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังมีความบอบช้ำปรากฏอยู่ แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อประชาธิปไตยของอเมริกา นอกจากนี้ยังมีความท้าทายจากโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ที่ทำให้ต้องปิดโรงเรียนและธุรกิจต่างๆ เศรษฐกิจหยุดชะงัก แต่สุดท้ายแล้วสหรัฐฯ ก็ยังสามารถเอาชนะได้ และอ้างว่ารัฐบาลของเขาสามารถสร้างงานใหม่ 12 ล้านตำแหน่ง ในเวลา 2 ปี ซึ่งมากกว่าประธานาธิบดีทุกคนที่มีการทำงานในวาระ 4 ปี

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำลายความไว้วางใจของประชาชน จะต้องถูกดำเนินคดี พร้อมทั้งเสนอให้เพิ่มการฝึกอบรมที่จำเป็นและกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สูงขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงจีนว่า เขาเปิดกว้างที่จะทำงานร่วมกับจีน เพื่อพัฒนาผลประโยชน์ของอเมริกาและเป็นประโยชน์ต่อโลก แต่หากจีนคุกคามอธิปไตยของสหรัฐฯ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะปกป้องประเทศของเรา

นอกจากนี้ ไบเดนยังกล่าวถึงการสู้รบในยูเครน โดยเน้นย้ำถึงการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อยูเครนในการเผชิญกับการรุกรานของรัสเซีย ในขณะที่สงครามใกล้จะครบรอบหนึ่งปี เขากล่าวว่า อเมริกาคือผู้นำในการรวมพันธมิตรนาโตและทั่วโลกเพื่อร่วมกับชาวยูเครนในการต่อต้านรัสเซีย

ด้านคณะทำงานของนายไบเดนมองว่าสุนทรพจน์ครั้งนี้จะดึงดูดผู้ชมหลายล้านคน และอาจจะเป็นการแถลงทางโทรทัศน์ของนายไบเดนครั้งใหญ่ที่สุดประจำปี ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่สอง ที่คาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ไบเดนมีอายุครบ 80 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และหากได้รับเลือกอีกครั้ง เขาจะมีอายุ 82 ปีเมื่อเริ่มดำรงตำแหน่งในวาระที่สอง

ในแบบสำรวจความคิดเห็นของ รอยเตอร์ / อิปซอส เมื่อวันอาทิตย์ คะแนนนิยมของนายไบเดนขยับสูงขึ้นหนึ่งจุดเป็น 41% ซึ่งใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา โดยชาวอเมริกัน 65% เชื่อว่าประเทศกำลังเดินผิดทาง เทียบกับ 58% ในปีก่อนหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ซินเจียงมี ‘หน่วยธุรกิจในตลาด’ มากกว่า 2.2 ล้านราย

ซินเจียงมี ‘หน่วยธุรกิจในตลาด’ มากกว่า 2.2 ล้านราย

สำนักบริหารและการกำกับดูแลตลาดเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

เปิดเผยว่าซินเจียงมีหน่วยธุรกิจในตลาด (Market Entity) รวมเกือบ 2.24 ล้านราย เมื่อนับถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2022 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบปีต่อปี

ซินเจียงได้ดำเนินสารพัดมาตรการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น และเผยแพร่แผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี เมื่อไม่นานนี้ เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและดึงดูดหน่วยธุรกิจในตลาดเพิ่มขึ้นหลี่ฉางซิว เจ้าหน้าที่คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปของซินเจียง ระบุว่าคณะกรรมการฯ จะเดินหน้าเผยแพร่นโยบายและมาตรการด้านสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับหน่วยธุรกิจในตลาด เพื่อกระตุ้นพลังการพัฒนาและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสูงของเศรษฐกิจท้องถิ่น

ทันโลกข่าวต่างประเทศ.jpg4

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ร้านเนื้อสัตว์นิวซีแลนด์ ขายไส้กรอกพระเจ้าชาร์ลสที่ 3

 

“สี จิ้นผิง” เลี่ยงทานอาหารเย็นกับ “ปูติน” อ้างปฏิบัติตามนโยบายโควิด

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ไม่ได้เข้าร่วมการรับประธานอาหารเย็นกับผู้นำจาก 11 ประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ไม่ได้เข้าร่วมการรับประธานอาหารเย็นกับผู้นำจาก 11 ประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในการประชุมสุดยอดความมั่นคงของภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายโควิด-19 ของคณะผู้แทนของปธน.สี

ข่าวต่างประเทศวันนี้

ปธน.สี ซึ่งเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ซึ่งนำโดยจีนกับรัสเซียที่เมืองซามาร์กันต์ ประเทศอุซเบกิสถานในสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ปธน.สีไม่ได้เข้าร่วมถ่ายภาพหมู่กับกลุ่มผู้นำประเทศในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (15 ก.ย.) ในระหว่างที่ผู้นำเหล่านี้รับประธานอาหารเย็น

แหล่งข่าวยืนยันว่า ปธน.สีไม่ได้เข้าร่วมรับประทานอาหารเย็น และทางคณะผู้แทนของจีนอ้างว่าเป็นเพราะนโยบายโควิด-19

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ กับเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ ปธน.สี วัย 69 ปี เตรียมที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นสมัยที่ 3 ในการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์